Clay pavilion · Terracotta edits · Free shipping over $70
Clay pavilion · Polaroid board
Pavilion pick

glutathione benefits when sick is such a critical soldier in our line of defense that our bodies make it themselves. We even have mechanisms that recycle and reuse it. But what happens our toxic Pack Size:1 Pack (Refill) Protective Effects of BPC Antioxidant Supplement

SKU 61243594792

4.9 glutathione benefits when sick
Clay price
USD28.70
USD50.70

Pay in 4 interest-free payments of $7.17 Learn more

Fit & cart
Kiln shipping

Shipping Estimate
USA
  • USA
  • CAN

Ships within 48 hours · Estimated delivery Sep 18 - Sep 23

Pavilion note

Terracotta light, polaroid proofs, and olive wax seals — laid out on the pavilion board.

Description
Description

glutathione benefits when sick is such a critical soldier in our line of defense that our bodies make it themselves. We even have mechanisms that recycle and reuse it. But what happens our toxic Pack Size:1 Pack (Refill) Protective Effects of BPC Antioxidant Supplement

Protective Effects of BPC 157 on Liver, Kidney, and Lung Distant Organ Damage in Rats with Experimental Lower-Extremity Ischemia–Reperfusion Injury

10,44,45 The GSSG is highly toxic since it easily reacts with free sulfhydryl groups from any source

Antioxidant Supplement

Pack Size:1 Pack (Refill)

Radiesse ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ล่าสุดจากบริษัท Merz Aesthetics ที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน แต่ยังสามารถเติมร่องริ้วรอยต่างๆ ได้ดี ซึ่งมีชื่อเสียงอย่างมากในต่างประเทศ และเพิ่งนำเข้าในไทยได้ไม่นาน ในบทความนี้จะมาแนะนำให้รู้จัก Radiesse ว่าต่างจากตัวอื่นๆ อย่างไร ช่วยเรื่องอะไรบ้าง รวมถึงคำถามอื่นๆ ที่หลายๆ คนสงสัยค่ะ Key Takeaways Radiesse คือสารเติมเต็ม ที่มีส่วนประกอบหลักคือ Calcium Hydroxylapatite (CaHA) ช่วยเติมเต็มและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิว Radiesse มี 2 รุ่นให้เลือก ได้แก่ Radiesse Classic (ไม่มียาชา) และ Radiesse Plus (มี Lidocaine ลดเจ็บ) Radiesse ทำงานโดยการกระตุ้นเซลล์ Fibroblasts ให้ผลิตคอลลาเจน Type I และ III รวมถึงอีลาสติน ช่วยให้ผิวแน่น ฟู และกระชับ การฉีด Radiesse เหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อย ร่องลึก ขาดความยืดหยุ่น หรืออายุ 30+ ที่เริ่มมีริ้วรอย ตำแหน่งที่ฉีด Radiesse ได้หลายตำแหน่ง เช่น ทั่วใบหน้า มือ คอ และหน้าอก (ยกเว้นใต้ตา ริมฝีปาก และจมูก) Radiesse คืออะไร Radiesse (เรเดียน) คือสารเติมเต็มชนิดหนึ่งที่จัดให้อยู่ในกลุ่ม ฟิลเลอร์ แต่มีสารประกอบหลักเป็น Calcium Hydroxylapatite (CaHA) 30 % ซึ่งเป็นสารที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในร่างกายมนุษย์ และพบได้ในกระดูกและฟัน แทนสารไฮยาลูรอนิก โดยใน CaHA ถูกสังเคราะห์ให้คล้ายกับสารในร่างกายมีลักษณะเป็นทรงกลมขนาด 25 – 45 ไมครอน และยังมีเจลคาร์บอกซีเมทิลเซลลูโลส 70% ซึ่งเป็นสารพยุงเนื้อเจล ช่วยให้เนื้อสัมผัสคงตัวและกระจายตัวในผิวได้ดี Radiesse ถูกผลิตโดยบริษัท Merz Aesthetics บริษัทเดียวกับโบท็อกซ์ Xeomin และฟิลเลอร์ Belotero ซึ่งสามารถนำมาฉีดได้อย่างปลอดภัยโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์เท่านั้น เนื่องจาก Radiesse Filler ถูกรับรองความปลอดภัยจากอย.อเมริกา ยุโรป และไทย รวมถึงมีการใช้มากกว่า 85 ประเทศทั่วโลกค่ะ ในปัจจุบันได้มีอยู่ด้วยกัน 2 รุ่น ดังนี้ Radiesse Classic รุ่นนี้ไม่มีส่วนผสมของยาชา ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิว ฟื้นฟูโครงสร้างผิว ยกกระชับผิว ช่วยฟื้นฟูสภาพผิวหลังฉีด Radiesse Plus รุ่นนี้มีส่วนผสมของยาชา ช่วยเติมเต็มชั้นผิว แก้ไขปัญหารูปหน้า ร่องลึกต่างๆ และยังสามารถกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิวได้ โดยมีจุดเด่นด้านการปรับรูปหน้าให้คมชัดและยกกระชับ Radiesse Classic และ Radiesse Plus ต่างกันอย่างไร การทำงานของ Radiesse คือการฉีดสารเข้าไปในชั้นผิวหนังเพื่อกระตุ้นให้เซลล์ Fibroblasts ซึ่งเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่ผลิตคอลลาเจนในผิวหนังทำงานมากขึ้น ส่งผลให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ใต้ผิว และทำให้ผิวดูอิ่มฟู แน่นกระชับ และ เรียบเนียนขึ้น นอกจากนี้อนุภาค Calcium Hydroxylapatite (CaHA) ยังช่วยสร้างโครงสร้างตาข่าย 3 มิติในผิวหนัง ทำหน้าที่เหมือน โครงสร้างค้ำยัน ให้ผิวแข็งแรงขึ้น ลดความหย่อนคล้อยจากอายุที่เพิ่มขึ้น พร้อมทั้งกระตุ้นการฟื้นฟูผิวในระยะยาว ฉีด Radiesse ช่วยเรื่องอะไร เมื่อฉีด Radiesse Filler เข้าชั้นผิว CaHa จะเริ่มกระตุ้นการทำงานของ Fibroblasts ซึ่งเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่ผลิตคอลลาเจน และอีลาสตินในชั้นผิว เพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้างผิว ช่วยฟื้นฟูผิวที่เสื่อมสภาพ โดยสามารถช่วยกระตุ้นเซลล์ และคอลลาเจนต่างๆได้ดังนี้ กระตุ้นคอลลาเจน Type I ซึ่งเป็นหนึ่งในคอลลาเจนหลักมีความสำคัญ ที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นผิว เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ทำให้ผิวแข็งแรงมากขึ้น กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน Type III ที่ช่วยปรับโครงสร้างผิวให้แข็งแรง เพิ่มเนื้อเยื่อใหม่ในผิว ทำให้ผิวกระชับมากขึ้น กระตุ้นการสร้างอีลาสติน ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น ผิวเกิดริ้วรอยได้ยากขึ้น ไม่เป็นริ้วรอยถาวร เพิ่ม Proteoglycan ซึ่งเป็นในสารประกอบของโปรตีน ช่วยเร่งการสร้างคอลลาเจน อีลาสติน และยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ช่วยกระตุ้น Angiogenesis ซึ่งเป็นการสร้างเส้นเลือดใหม่ขึ้นมา ช่วยให้เลือดเวียนได้ดี สุขภาพผิวดีขึ้น ใครเหมาะกับ Radiesse Filler ผู้ที่มีผิวขาดคอลลาเจน ไม่มีวอลลุ่ม ต้องการฟื้นฟูความเต่งตึง ผู้ที่มีริ้วรอยร่องลึก เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ร่องมุมปาก ผู้ที่มีผิวหน้าหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด ต้องการยกกระชับ ผู้ที่มีผิวแห้ง หมองคล้ำ ขาดความชุ่มชื้น และรูขุมขนกว้าง ผู้ที่มีริ้วรอยและความหย่อนคล้อยบริเวณหลังมือ ลำคอ หน้าอก ผู้ที่ต้องการเพิ่มความชัดของกรอบหน้าและปรับรูปหน้า ผู้ที่มีรอยแผลเป็น รอยบุ๋ม หรือหลุมสิวที่ไม่ลึกมาก ผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไปที่เริ่มมีริ้วรอย ต้องการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเพื่อให้ผิวดูอ่อนเยาว์ สามารถฉีด Radiesse Filler บริเวณไหนได้บ้าง Radiesse สามารถฉีดได้หลายบริเวณในจุดที่ต้องการเติมเต็ม และฟื้นฟูผิว โดยบริเวณที่สามารถฉีดได้มีทั้งหมดดังนี้ ทั่วใบหน้า ฉีดทั่วๆ ใบหน้า หรือฉีดเฉพาะจุดบนใบหน้าที่ต้องการเพื่อฟื้นฟูคอลลาเจนบนผิวหน้า ทำให้ผิวหน้ากระชับขึ้น และปรับรูปหน้าตามที่ต้องการได้ มือ ฉีดบนผิวมือ ลดริ้วรอยบนมือ ทำให้มืออ่อนเยาว์ และชุ่มชื้นมากขึ้น คอ แก้ริ้วรอยรอบคอที่ทำให้ดูมีอายุก่อนวัย Radiesse จะช่วยยกกระชับผิวคอ ลดริ้วรอย หน้าอก สามารถกระตุ้นคอลลาเจนบริเวณหน้าอก ยกกระชับหน้าอก ลดความหย่อนคล้อยหน้าอกได้ ถึง Radiesse จะสามารถนำมาฉีดได้หลายบริเวณ แต่ไม่ควรนำมาฉีดบริเวณใต้ตา ระหว่างคิ้ว จมูก ปาก และริมฝีปาก แนะนำให้เป็นการฉีดฟิลเลอร์แทน เช่น ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา หรือ ฉีดฟิลเลอร์ปาก ค่ะ Radiesse VS Sculptra ต่างกันยังไง Radiesse และ Sculptra เป็นหัตถการทางการแพทย์ ที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและฟื้นฟูผิวให้ดูอ่อนเยาว์ แต่มีความแตกต่างกันในด้านการทำงานและผลลัพธ์ที่ได้ โดย Sculptra กระตุ้นคอลลาเจนอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยและไม่กระชับ ในขณะที่ Radiesse เห็นผลลัพธ์ชัดเจนทันทีหลังฉีด ช่วยเติมเต็มร่องลึก ทำให้ผิวอิ่มฟูเรียบเนียนขึ้น และช่วยกระตุ้นคอลลาเจนด้วย แม้ว่าทั้งสองชนิดสามารถกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสตินได้ใกล้เคียงกัน แต่ Sculptra จะช่วยเรื่องการยกกระชับมากกว่า ส่วน Radiesse ให้ผลลัพธ์ด้านการเติมเต็มร่องผิวที่ดีกว่า ดังนั้นการเลือกใช้ขึ้นอยู่กับปัญหาผิวและเป้าหมายของแต่ละบุคคล Radiesse สามารถฉีดได้ทั้งแบบเติมเต็มทันทีเหมือนฟิลเลอร์ และแบบเจือจางเพื่อกระตุ้นคอลลาเจนในบริเวณกว้าง ซึ่งทำให้ได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน ในขณะที่ Sculptra เป็นขวดบรรจุผงที่ต้องผสมกับน้ำเกลือก่อนฉีด และต้องเขย่าก่อนใช้งานตามขั้นตอน จะค่อย ๆ กระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนขึ้นเอง แต่สามารถฉีดพร้อมกันได้ ซึ่งควรฉีดในบริเวณที่แตกต่างกัน หรือหากฉีดในตำแหน่งเดียวกันควรรออย่างน้อย 1-3 เดือนเพื่อป้องกันผลข้างเคียง และให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น Radiesse Filler ควรฉีดกี่ครั้ง แนะนำให้ฉีด Radiesse ติดต่อกัน 2 – 3 ครั้ง โดยห่างกันอย่างน้อย 1 เดือน เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ชัดเจน และคงสภาพผลลัพธ์ที่ดีเอาไว้ โดยในหนึ่งครั้งควรจะฉีดประมาณ 1 – 2 CC แต่ก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคนไป โดยแพทย์เป็นคนประเมินจำนวนครั้งและปริมาณที่ต้องฉีดให้เองค่ะ ฉีด Radiesse กี่วันเห็นผล หลังจากที่ฉีดจะเห็นผลลัพธ์ทันทีว่าผิวถูกเติมเต็ม ริ้วรอยตื้นขึ้น และยกกระชับขึ้นเล็กน้อย และจากนั้นค่อยๆ เริ่มจะตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิว โดยเห็นผลลัพธ์ได้ใน 1 เดือนว่าผิวดูสุขภาพดีขึ้น และเห็นผลลัพธ์เต็มที่เมื่อครบ 6 เดือนหลังฉีดว่าผิวเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ผิวมีความยืดหยุ่น สุขภาพดี Radiesse อยู่ได้นานไหม ระยะเวลาของผลลัพธ์ Radiesse Filler สามารถอยู่ได้นานประมาณ 1 – 2 ปี โดยจะกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิวได้อย่างยาวนาน และถึงจะครบระยะเวลาของผลลัพธ์แล้ว แต่จะยังคงเหลือคอลลาเจนในผิวอยู่ ทำให้ผิวยังดูกระชับ ยืดหยุ่น วิธีดูแลหลังฉีด Radiesse Filler เพื่อให้ผลลัพธ์หลังฉีดอยู่ได้นานขึ้น และผลลัพธ์ออกมาตามความต้องการไม่มีผลข้างเคียงที่อันตราย ควรดูแลหลังฉีด Radiesse ดังนี้ หลีกเลี่ยงการจับ ลูบ หรือกดบริเวณที่ฉีดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ และ ฟิลเลอร์ไหล งดแต่งหน้าอย่างน้อย 1 วัน ควรรอให้รอยเข็มหายก่อน เลี่ยงการทำหัตถการที่ใช้ความร้อนสูง การโดนความร้อน ประมาณ 2 สัปดาห์ สามารถประคบเย็นเพื่อลดอาการบวมที่เกิดขึ้นหลังฉีด หลังฉีดอาจมีอาการบวมเล็กน้อย ซึ่งจะหายเองภายใน 72 ชั่วโมง หากพบความผิดปกติอื่นๆ เช่นรู้สึกแสบร้อนที่ผิวรุนแรง ผิวบวมขึ้นเรื่อยๆ สีผิวเปลี่ยนสีคล้ำขึ้น หรือซีดมากเกินไป ควรรีบพบแพทย์ทันทีเพื่อรักษา ฉีด Radiesse ราคาเท่าไร สำหรับราคา Radiesse Filler แต่ละคลินิกมีราคาที่ไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับ ความเชี่ยวชาญแพทย์ โปรโมชั่นในตอนนั้น ซึ่ง Radiesse มีราคาประมาณ 30,000 – 40,000 บาท ซึ่งราคาจะขึ้นอยู่กับจำนวน CC ที่ใช้ บริเวณที่ฉีด และความเชี่ยวชาญของแพทย์ หากเจอราคาที่ถูกมากเกินไปอาจเป็นของปลอมควรเช็กให้ดีก่อนฉีด เพราะถ้า ฉีดฟิลเลอร์ปลอม อาจเกิดผลข้างเคียงที่อันตรายรักษาได้ยากค่ะ สรุป Radiesse เป็นสารที่ช่วยเติมเต็ม และกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิวได้พร้อมๆ กัน ซึ่งนำมาฉีดได้หลายๆ บริเวณที่ต้องการฟื้นฟูผิว แต่ควรเช็คให้ดีก่อนฉีดทุกครั้งว่าเป็นของแท้เพื่อป้องกันผลข้างเคียงที่ไม่ต้องการ หากต้องการฟื้นฟูผิวหน้า ปรับผิวหน้าให้กระชับขึ้น ลดริ้วรอยต่างๆ แต่ไม่รู้ว่าจะเลือกทำวิธีไหนดี สามารถเข้ามาปรึกษา Vincent Clinic Skin โดยจะให้คำปรึกษาโดยแพทย์โดยตรงค่ะ

Returns
Exchange/Return Notes
  • We offer a 30-day return/exchange service after receiving.
  • Final sale items are not eligible for returns or exchanges.
  • To process your return/exchange, please contact us at [email protected]
  • Please click here for more details>>> Return & Exchange Policy

Discover

Random picks

You may also like

Recommended

recommand products